[SF] Roommate 9292
posted on 29 Mar 2012 06:33 by horamiji
Title : Roommate 9292
Couple : Chanyeol x Baekhyun
Rate : PG-15
ผมนอนไม่หลับ..
ไอ้บ้าตัวสูงขายาวตาโตหน้าแบ๊วเตียงข้างๆ มันติดลำโพงดอลบี้ดิจิตอลไว้ในระบบทางเดินหายใจหรือไงไม่ทราบ เสียงหายใจของมันถึงได้ดังฟืดฟาดสนั่นก้องโลกประหนึ่งเสียงดาวอังคารทั้งดวงแตกระเบิดกระจุยกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ เพราะถูกกัปตันอเมริกาจับเหวี่ยงไปชนดาวพฤหัสขนาดนี้ ประเด็นคือ...ผมไม่ได้เว่อร์นะสาบาน!
ทำไมพวกคุณทำหน้าแบบนั้นล่ะ =______=
“ยอล..”
“ฟืดดด...”
“ชานยอลโว้ย!!”
“......”
ผมสะบัดผ้าห่มออกจากตัวแล้วเหวี่ยงร่างลุกขึ้นนั่ง ขยี้หัวตัวเองอย่างหงุดหงิดจนผมเผ้าพันกันยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง คนหน้าตาดี(..ซึ่งก็คือผมเอง..)วาดขาข้ามช่องว่างเล็กๆ ระหว่างเตียงของเราทั้งคู่ไปพาดบาทาไว้บนที่นอนของมัน ก่อนจะเคลื่อนปลายนิ้วหัวแม่โป้งเท้าคล้อยเข้าใกล้ผิวเนื้อท่อนแขนของไอ้ตัวโตหวังจะสะกิดเรียกมันอย่างมีมารยาท(?)
แต่ยังไม่ทันแตะโดน..มันก็พลิกตัวนอนตะแคงทำเอาเท้าผมวืดไป ...
“วอท เดอะ ฟ..!!”
ผมว่าเซ็นเซอร์เถอะ...เยาวชนหลายคนกำลังรับชมอยู่
ถอนหายใจเฮือกใหญ่เหมือนจะพ่นอากาศออกไปให้หมดความจุปอด...ผมชักเท้ากลับมาที่เตียงตัวเองแล้วล้มตัวลงนอนอีกครั้ง อย่างน้อยมันก็นอนตะแคงแล้ว...และนั่นช่วยให้เสียงหายใจของมันเบาลงเยอะ นั่นแหละ..ผมไม่อยากติดใจเอาความ แต่ถ้ามันคำรามอีกทีอาจเจอสปาร์ต้ายาวสามเมตรพุ่งเข้าตัดหลอดลมได้ -________-
ผมจับผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงกลางอกตัวเอง..เตรียมพลิกตัวหันไปทางฝั่งที่มองไม่เห็นหมอนั่น
และ... ตุบ ...แผ่วเบา
ไอ้คุณเพื่อนร่วมห้องผู้ตัวยาวเท่าเสาไฟฟ้าพลิกตัวกลับมานอนหงายอีกครั้ง...
“ฟืดดด…”
ผมขอใช้จุดไข่ปลามากมายแทนความรู้สึก..........................................................................................
ความรู้สึก...ที่อยากจะตะโกนบอกมันว่า....
ชาน ยอล โก ทู เฮล พลีส!!!!!!!!!!
ผมอยากวิ่งออกไปให้รถที่ผ่านหน้าหอพักชนตายเสียเดี๋ยวนั้น (แต่ดึกแล้วรถคงไม่ค่อยมีช่างมันเถอะเนอะ....) หรือไม่ก็คลุ้มคลั่งวิ่งออกไปหยิบมีดในครัวมาฟันคอตัวเองตาย (แต่ข้างนอกมันมืดมากผมไม่กล้าออกไปคนเดียว....) สุดท้ายผมทำห่านอะไรไม่ได้นอกจากดึงผ้าห่มขึ้นคลุมโปงแล้วนอนคว่ำหลับหูหลับตาทำเป็นไม่ได้ยินเสียงรบกวนใดๆ
ซึ่งแม่งไม่ช่วยอะไรสักนิดเลย =_____________=
“คร่อกกกกกก..”
“หงิง....”
ผมครางง้องแง้งปัดขาดีดดิ้นเป็นหมาบ้าทั้งคืนนั่นแหละ อันที่จริงมันก็ทุกคืนตั้งแต่เรายูนิตเคย้ายเข้ามาอยู่ในหอด้วยกัน .. ผมมันซวยบรมโคตรเหง้าพระแสงของ้าวดาบหอกแห่งความซวยสุดจะซวยเองแหละที่ได้ตายตกตามมาเป็นรูมเมทของปาร์ค ชานยอล มันทำให้ผมใกล้จะกลายเป็นญาติผู้ใหญ่สายพันธุ์เดียวกับไอ้น้องเต่าแห่งยูนิตเอ็มไป
กว่าผมจะข่มตาให้หลับได้ก็โน่น....ตีสามตีสี่
แต่คิดเหรอว่าคนรักหล่อรักงาม(?)อย่างผมจะปล่อยให้ตัวเองมีรอยคล้ำรอบดวงตา..............
เออ....คิดถูก!
แม่งดำขึ้นทุกวันทุกวันนั่นแหละ -_______-
“งี้ดๆ...~”
ผมครวญครางต่อไป...หวังให้ตัวเองเหนื่อยแล้วผล็อยหลับไปสักทีเหมือนทุกคืนที่ผ่านมา
แล้วทันใดนั้น...คลื่นเสียงทุ้มต่ำของใครอีกคนก็ตรงเข้าปะทะโสตประสาทของผม(ซึ่งถูกปิดกั้นไว้เบาบางด้วยผ้าห่ม..)
“เบคอน”
คือ? มันหิวเหรอ -___-? ตอนนี้เนี่ยนะ...?
“เลิกครางเป็นหมาสักทีได้ไหม..เสียงดัง..รำคาญ”
ผม...พูดไม่ออก...
เสียงดังน่ารำคาญ?
พูดไม่ดูตัวเองเลยนะ ‘อึง’ อ่ะ!!!!!!
.
.
.
“นอนไม่หลับอีกแล้วเหรอ..?”
ท่านลีดเดอร์ตัวเล็กแห่งยูนิตเราเอื้อมมือมาแตะคางผมให้เบนไปมองหน้าเขา ผมยิ้มให้ตามประสาคนร่าเริงแต่มันคงดูซีดเซียวมากกว่าเพราะผมอดนอน และเขาก็คงดูออกถึงได้ทัก พี่จุนมยอนใส่ใจทุกรายละเอียดของน้องๆ ในวงเสมอล่ะ และมันทำให้เขาน่ารักน่าหยิกเอามากๆ ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้มีสายตาพิฆาตจากใครบางคนจ้องมองมาที่เรา ผมจะจับเขาฟัดทั้งตัวเลย ><
“นิดหน่อยฮะฮยอง”
“ย้ายห้องมั้ยล่ะ ให้เจ้าฮุนไปนอนกับเจ้ายอลแทน”
ผมก็อยากจะอ้าปากตอบตกลงเหมือนกันแหละ... แต่สายตาจากไอ้น้องเล็กที่กำลังยืนกินนมชมวิว(?)อยู่ไม่ไกลทำเอาผมขนลุกขนพองสยองเกล้าแล้วก็งับปากพะงาบๆ ให้หุบลงทันที ผมอยากนอนหลับนะ แต่ถ้าตอบตกลง ผมได้นอนหลับตลอดกาลจมกองเลือดด้วยฝีมือโอ เซฮุนแทนแน่นอน...
ผมส่ายหน้าดิ๊กๆ “ไม่ดีกว่า...”
“ทำไมล่ะ? ไม่ต้องเกรงใจหรอกน่า เจ้าฮุนมันไม่เรื่องมากอยู่แล้ว”
ไม่ได้เกรงใจฮะ...เกรงว่าตัวเองจะสิ้นใจต่างหาก =____=
“ย้ายไปก็กลายเป็นเซฮุนนอนไม่หลับแทนอยู่ดีแหละฮยอง”
“อ่า..”
“มันควรย้ายที่ต้นเหตุฮะฮยอง เตะโด่งมันไปนอนห้องเก็บของเจ๋งสุด”
ผมเป็นรูมเมทที่ดีสมควรได้รับรางวัลสามปีซ้อนจริงๆ ..
“เตะอะไรใครนะ..”
ผมสะดุ้งโหยง..เหล่ตาจนสุดเพื่อมองคู่กรณีโดยไม่หันหน้าไปหา
ก่อนจะทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ คุยกับพี่จุนมยอนต่อไป “เช้านี้มีอะไรกินมั่งฮะ”
พี่ใหญ่ตัวเล็กสั่นหน้าดุ๊กดิ๊ก “ไม่รู้สิ คยองซูทำอยู่ เจ้าไคเข้าไปป่วนด้วยไม่รู้จะได้กินเมื่อไหร่..”
อา..ผมชักจะสงสารท้องตัวเองขึ้นมาตะหงิดๆ.... คิม จงอิน...เจ้านั่นได้อิ่มเป็นคนแรกแน่ๆ
ไม่ใช่เพราะกินกับข้าวฝีมือคยองซูนะ.. แต่เพราะ ‘กิน’ คนทำเนี่ยแหละ
ผมว่าจะเนียนหันไปคุยกับเซฮุนบ้างอะไรบ้าง แต่ก็ถูกใครบางคนคว้าคอไว้
ใช่ฮะ...คว้าคอ... ไม่ใช่คอเสื้อนะ...คอเลยอ่ะ ...คอ...
“เห้ย จับทำไม”
ผมเอียงคอหนี แต่มือมันเหนียวยิ่งกว่าตีนตุ๊กแกทากาวตราช้าง...
ชานยอลมีรอยยิ้มอำมหิต(?)อยู่ในดวงตา เขาโน้มตัวลงมา(เยอะหน่อย) แล้วกระซิบข้างหูผม
“ฉันไม่ย้าย...”
ลมหายใจอุ่นๆ ที่อังต้นคอผมอยู่เมื่อครู่ละลายหายไปกับอากาศ
ผมมองตามเจ้าโย่งที่เดินผ่านร่างผมไปเปิดตู้เย็นด้วยแววตาไม่เข้าใจ
อึงรักอูมากช่ะ อยากนอนห้องเดียวกะอูมากช่ะ... =_____=;;
“ก็นอนให้มันเงียบๆ หน่อยไม่ได้รึไงเล่า..ฉันนอนไม่หลับเข้าใจบ้างมั้ยโว้ย!”
“ทีนายครางหงิงๆ เหมือนลูกหมาล่ะ..” ชานยอลว่า ก่อนจะยกแกลลอนนมสดกรอกปาก...
อ่านไม่ผิดครับ..มันยกดื่มทั้งแกลลอนนั่นแหละครับ
แล้วหมดด้วยนะครับ..ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมันสูงเอาๆ
“ก็เพราะนายนั่นแหละ! หายใจฟืดๆ จนฉันนอนไม่หลับ!”
“ไม่เอาน่า อย่าทะเลาะกันสิ” พี่ใหญ่ปรามเมื่อเห็นว่าเราเริ่มเสียงดังใส่กัน
“เจ้ายอล..นายเคยไปหาหมอบ้างรึเปล่า? รู้มั้ยว่าคนนอนหายใจเสียงดังบางทีอาจเพราะเป็นโรคบางโรค.. นายต้องหาวิธีจัดการกับมันนะ ถ้าไม่อยากย้ายห้องน่ะ พวกเราซ้อมเต้นกลับมาเหนื่อยๆ ทุกวันควรจะพักผ่อนมากๆ แต่เจ้าเบคอดนอนทุกคืนเลย มันจะไม่ไหวเอานะ..”
ฮรือออออ.. ผมรักจุนมยอนฮยองที่สุดในโลก อยากควักหัวใจให้ตรงนี้เลย(แต่ผมกลัวเลือดออก..)
ชานยอลเงียบไปครู่นึง ก่อนจะพ่นคำหยาบคาย(สำหรับผม)ออกมา
“ครับฮยอง..เดี๋ยวผมจัดการเอง”
ผมอยากพ่นคำหยาบใส่มันมั่งจังเลยครับ ติดแต่ว่าผมเป็นผู้ดี ㅠㅠ
เลยทำได้แค่ตอกหน้ามันกลับไปอย่างสุภาพ..
“ถ้าคืนนี้ฉันยังนอนไม่หลับอยู่อีก นายต้องย้ายห้องนะ! ตกลงไหม!”
.
.
.
“ไหนล่ะ นายจะจัดการยังไงของนาย..”
เจ้าคนตัวเล็กนั่งหน้ายู่เหมือนหมาปั๊กอยู่บนเตียงตัวเอง
ผมเห็นแล้วแทบหลุดขำครับ แต่ก็แสร้งตีหน้านิ่งเป็นปกติ..เดินพลางเช็ดผมพลางไปที่เตียง แบคฮยอนทำหน้าหงุดหงิดขั้นสุดเพราะง่วงงุนอยากจะนอนเต็มทีแต่ถูกผมสั่งให้ตื่นไว้ก่อน เพื่อจะได้คุยเรื่องที่ว่า .. เราจะจัดการกับปัญหาเสียงรบกวนตอนนอนกันยังไง
อันที่จริงผมไม่มีวิธีอะไรหรอกครับ ..
ที่รั้งไว้ไม่ให้นอนเพราะอยากแกล้งเค้าเฉยๆ
“ขอเช็ดผมก่อน” ผมพูดเสียงเรียบ ยิ่งเห็นเค้าหน้าหงิกผมยิ่งชอบใจ ไม่รู้ทำไมครับ
“เช็ดไปคุยไปไม่ได้รึไงวะครับ ใช้ผ้าเช็ดนะไม่ได้ใช้ปากเช็ด ปากถึงจะไม่ว่างคุย!”
เค้าเริ่มเหวี่ยงแล้วล่ะ ผมอยากจะหัวเราะจริงๆ
ทำไมเหวี่ยงได้น่าหมั่นเขี้ยวขนาดนี้นะ~
“เอางั้นก็ได้..”
จริงอยู่ผมพูดอย่างนั้น .. แต่ไม่หรอกครับ ผมไม่ใช่คนว่าง่ายเท่าไหร่
ผมเปลี่ยนสถานีปลายทางจากเตียงของตัวเองมาเป็นเตียงของเพื่อนร่วมห้อง ก้าวขึ้นไปแล้วเขยิบไล่จนเจ้าตัวต้องกระเถิบหนีไปชิดหัวเตียง ผมยื่นหน้าไปใกล้แบคฮยอนที่ดูหวาดระแวงขึ้นมาเล็กๆ ก่อนจะยัดผ้าขนหนูใส่มือเขา
“..เช็ดให้หน่อยครับ”
ลูกแก้วกลมใสสีนิลแฝงแววประหลาดใจและเบิกกว้างขึ้นนิดๆ คงเพราะผมไม่ค่อยได้พูดจาสุภาพแบบนั้นเท่าไหร่ ยิ่งกับเขาด้วยแล้ว..
“..ช..เช็ดเองดิ”
ไม่ว่าเปล่า.. เอาผ้าแปะหน้าผมคืนมาด้วย
ผมดึงผ้าออก ยื่นกลับไป แล้วสั่ง “เร็ว..”
หลายคนอาจจะบอกว่าตาผมสวย..ตาผมแบ๊ว
แต่เจ้าเบคอนตรงหน้านี่เป็นคนนึงที่เคยบอกว่ามันน่ากลัว
ดังนั้นพอถูกผมจ้องนิ่งๆ อย่างตอนนี้.. เค้าเลยไม่กล้าขัดขืนใดๆ อีก
เจ้าลูกหมาแทบจะจมตัวเองเข้าเป็นส่วนหนึ่งของหัวเตียง คงเพราะอยากอยู่ห่างจากผมให้มากที่สุด ทำเอาแขนเรียวๆ นั่นต้องยืดออกจนเกือบเหยียดตรงเพื่อเช็ดเส้นผมอันเปียกแฉะบนศีรษะของผม แบคฮยอนไม่มองหน้าผมเลย หันหนีแบบสุดองศาที่คอจะบิดได้ แต่มือยังเช็ด..เช็ด..แล้วก็เช็ดไปแบบสั่วๆ
“.......”
เหมือนมีแรงดึงดูดอะไรบางอย่าง..ผมเคลื่อนใบหน้าของตัวเองเข้าไปใกล้เขาโดยไม่รู้ตัว ไล่พิจารณาตั้งแต่ดวงตากลมใส..ปลายจมูกโด่งรั้น..ลงมาถึงริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มที่ตอนนี้เม้มเข้าหากันหน่อยๆ อาจเพราะไม่พอใจผม แปลก..ผมละสายตาไปจากใบหน้าหวานๆ นี่ไม่ได้..
และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกตั้งแต่รู้จักกัน..ที่ผมรู้สึกแบบนั้น
“เห้ย..”
จู่ๆ เขาก็หันหน้ามา .. แล้วอุทานพร้อมกับสะดุ้งนิดๆ
เมื่อครู่จมูกเราเฉี่ยวชนกันพอดี .. นั่นแหละ..หน้าเราอยู่ใกล้กันแค่นั้นเอง
ผมควรจะปล่อยให้โอกาสผ่านเลยไปเฉยๆ หรือไง..
“ออกไปห่างๆ ได้มั้ยวะครับ ยิ่งร้อนๆ อยู่..หงุดหงิดนะเว้ย ง่วงนอนแล้วด้วย รู้งี้หลับไปตั้งแต่แรกก็ดี ไม่น่าบ้าจี้เสียเวลานั่งคอยเล...อื้อ!”
เสียงเล็กๆ ที่เจื้อยแจ้วน่ารำคาญอยู่เมื่อครู่เงียบสงบลงในฉับพลัน
ด้วยเพราะริมฝีปากของเขา...ถูกแนบสนิท...
ด้วยริมฝีปากของผมเอง
.
.
เดี๋ยวนะ..เดี๋ยว..
นี่ไอ้สูงมันทำอะไรผมน่ะ!!
ผมดันไหล่กว้างออกด้วยความตกใจ เจ้าหมอนั่นไม่ได้ขัดขืน ยอมให้ริมฝีปากของเราผละออกจากกันแต่โดยดี หลังจากที่มันแนบสัมผัสกันได้ไม่กี่วิ ผมตาโต นิ่งอึ้ง พูดอะไรไม่ออก...สมองมันตื้อไปหมด ขณะที่ชานยอลสบตาผมด้วยความสับสน แววตาของเขาฉายความตกใจกับสิ่งที่ตัวเองทำออกมาอย่างไม่ปิดบัง ทว่าเมื่อเขาได้สบมองดวงตาของผม..
ริมฝีปากหยักอันแสนร้อนรุ่มก็ประกบทับลงมาอีกครั้ง
“อื้อ!”
ผมผลักไหล่เขาออกเหมือนเดิม แต่ด้วยแรงที่มากกว่าเดิม.. ทว่าคราวนี้มันไม่ง่ายเมื่อชานยอลไม่ได้ยอมอ่อนให้ผมเหมือนครั้งแรก แขนแกร่งเลื้อยอ้อมมาด้านหลังและรัดเอวผม..ตระกรองกอดร่างผมไว้ ขณะที่ปากหยักก็ยังยัดเยียดรสจูบให้ผมไม่หยุด ให้ตายสิ..นี่มันชักจะอีโรติกเข้าไปทุกทีแล้วนะ หมอนี่คิดจะทำอะไรกันแน่ แกล้งกันแบบนี้ผมไม่เอานะ แง่ง T////////T
แล้วผมก็คิดวิธีรักษาพรหมจรรย์(ห้ะ?)ของตัวเองได้
ผลั่ก!
ผมถีบซี่โครงเจ้างั่งนั่นไปเต็มแรงเลยครับ..
“โอ๊ย!”
ให้มันรู้ซะบ้างว่ากำลังเล่นกับใคร..
ปาร์ค ชานยอลกระเด็นไปไกลสามเมตรครับ (เว่อร์...) จริงๆ แค่หลุดออกไปจากร่างผมเท่านั้นแหละ ด้วยความที่มันตัวใหญ่ ก็เลยไม่ค่อยขยับเขยื้อน.. ตอนนี้ผมควรจะหนีใช่มั้ยครับ ตอนที่มันกำลังนั่งตัวงอกุมชายโครงตัวเองอยู่น่ะ .. แต่ผมไม่ใช่นางเอกละครนะครับ - - จะหนีทำไม
ผมนั่งกอดเข่าจิ้มนิ้วอยู่ที่หัวเตียง “เจ็บมากมั้ยง่ะ..”
“มากสิ ถามได้!!”
แง..ผมไม่เคยเห็นเค้าโกรธใครจนขึ้นเสียงมาก่อนเลยครับ ㅠㅠ
เค้านั่งก้มหน้า มือหนึ่งยันไว้กับที่นอน อีกมือกุมบริเวณที่ถูกผมประทับฝ่าเท้าเข้าใส่ แล้วเค้านั่งนิ่งมาก ก้มหน้าอยู่แบบนั้นจนผมไม่อาจรู้ได้ว่าสีหน้าของเจ้าตัวกำลังเจ็บปวดแค่ไหน ประเด็นคือ ถึงหมอนี่จะดูเป็นคนนิ่งๆ น่ากลัวๆ ไปบ้างก็จริง แต่ไม่ค่อยโกรธใครหรือขึ้นเสียงใส่ใคร..อันที่จริงไม่เคยเลย
ผมจะทำไงดี..แง
“ต..แต่นายรังแกฉันก่อนนี่นา!”
“ลูกหมาแรงควายเป็นบ้า..”
เค้าพูดถึงผมใช่มั้ยครับ ; _ ;
ไอ้สูงบ่นแบบนั้นแล้วย้ายกลับไปนอนที่เตียงตัวเอง.. ทำไมเค้าทำนิสัยแบบนี้อ่ะครับ .. ตัวเองลวนลามคนอื่นก่อนแท้ๆ เป็นใครจะไม่ป้องกันตัวเล่า.. แล้วนี่อะไร มาโกรธผมซะอีก ผมผิดเหรอ..ไม่นะครับ! เพราะฉะนั้นผมจะไม่ง้อมันเด็ดขาด!
ไม่มีทาง!
...
“ง่า..ชานยอลจ๋า..”
อัปยศมากครับ ชีวิตบยอน แบคฮยอน ㅠㅠ
ผมไม่ชอบให้ใครโกรธนี่ครับ เราเป็นมนุษย์โลก ควรจะรักกันตามที่พระเจ้าสอนไม่ใช่เหรอ .. ต่อให้มันเป็นคนที่ผมไม่ชอบขี้หน้าอย่างไอ้สูงนี่ก็ตาม ผมทำร้ายมันโดยไม่ตั้งใจ(เท่าไหร่เลย...จริงๆ นะ) ก็ต้องขอโทษมันสิ เรื่องที่มันแกล้งผมก่อนก็อีกเรื่องนึงนะฮะ..
“อะไร”
ผมสะดุ้ง..เสียงทุ้มๆ ต่ำๆ นั่นน่ากลัวมากถึงมากที่สุด แง..
“เค้าขอโทษ..หายโกรธนะ..”
ผมพูดเสียงอ่อย..ดุ๊กดิ๊ก(?)ไปนั่งที่เตียงของรูมเมทตัวสูง แล้วเขย่าแขนแกร่งเบาๆ อย่างออดอ้อน ผมพยายามทำหน้าตาให้น่ารักที่สุดเท่าที่จะทำได้ มองเขาตาแป๋วเลยล่ะ .. แอบกลัวตัวเองเหมือนกันนะ นิดนึง..
เค้าขยับตัวหนีไม่ให้ผมแตะ แต่ผมก็ดันทุรังจะเปิดเสื้อเขาดูอาการ
“ไหนเป็นไงบ้างอ่า ดูหน่อย..เหวอ!!”
.
.
.
หึ..เจ้าหมาน้อยเสร็จผมซะแล้วล่ะ
ผมอาศัยจังหวะที่คนตัวเล็กมัวแต่พะวงกับอาการของผม...พลิกร่างเบาหวิวลงไปนอนราบกับเตียง ใช้เข่ากดขาเขาไว้ แล้วยิ้มมุมปากหน้านิ่ง รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังมีเขี้ยวเล็บงอกออกมาราวกับหมาป่าที่พร้อมจะกินเหยื่อเลยล่ะครับ แถมเหยื่อที่ว่าก็ช่างใสซื่อซะจริง..
แบคฮยอนตาโตกระพริบปริบๆ เมื่อถูกลากเข้าสถานการณ์ล่อแหลมเป็นครั้งที่สอง
“นายหลอกฉัน!!”
“ครับ..”
ผมตอบยียวน แรงดิ้นเล็กน้อยนั่นทำอะไรผมไม่ได้ และเค้าก็เตะผมไม่ได้แล้วด้วย
ผมก้มลงกระซิบเสียงเรียบที่ข้างหูของเค้า “ไม่ยอมให้ทำร้ายกันฟรีๆ หรอกนะ..”
“เลิกเล่นเหอะ เหนื่อยแล้ว อยากนอนแล้วง่า..”
อะไรกัน..ผมยังอยากเล่นกับเค้าอยู่เลย..
“ปาร์ค ชานยอล!!”
เจ้าตัวเล็กดิ้นแรงขึ้นเรื่อยๆ ครับ.. และแล้วเท้าเล็กแต่มีพละกำลังอันแสนหนักหน่วงนั่นก็ถีบผมซ้ำอีกครั้งจนได้ ที่เดิมด้วยให้ตายสิ! ครั้งแรกผมไม่เจ็บเท่าไหร่หรอก แค่แกล้งหลอกเค้าเฉยๆ แต่ตอนนี้มันเจ็บจริงครับ ถีบแรงกว่าคราวที่แล้วหลายเท่าเลย ผมงี้จุกแทบดิ้น.. ขณะที่ตัวแสบกำลังลุกหนีไป
“งั้นก็ห้ามบอกให้ฉันย้ายห้องอีก ตกลงไหม?”
ผมยื่นข้อเสนอพร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าข้อเท้าเล็กไว้
แล้วเหวี่ยงเค้ากลับมานอนใต้ร่าง(?)ผมเหมือนเดิม
“ไม่เอา ก็ฉันอยากนอนอย่างสงบสุขนี่หว่า!”
“ยัยลูกหมา!”
โอ๊ย! – เค้าดิ้นปัดจนชกหน้าผมได้ทีนึงครับ พระเจ้า! ฤทธิ์เยอะชะมัดตัวแค่นี้
“อย่ามาเรียกกันแบบนั้นนะเว้ย! .. นายไม่ย้ายฉันย้ายเอง!”
“ไม่ให้ย้าย”
ผมรวบข้อมือบางทั้งสองข้างไว้ด้วยมือเดียวได้แล้ว ตอนนี้กำลังกดมันไว้เหนือศีรษะของเจ้าตัว
“จะเอาไงวะ..ห้ะ! ฉันจะย้ายเองก็ไม่เอาอีก แม่ง..อื้อ!!”
ผมปิดปากเล็กๆ นั่นด้วยปากของตัวเองทันทีที่คำหยาบหลุดออกมา ไม่ชอบคนไม่สุภาพครับ หึ.. ต้องสั่งสอนซะบ้าง ผมจาบจ้วงโพรงปากนุ่มนิ่มนี้มาแล้วอย่างน้อยสามครั้งภายในเวลาไม่กี่นาที แต่มันก็ทำให้ผมรู้สึกดีทุกครั้ง..ไม่สิ..มากขึ้นทุกครั้ง
หวานครับ...ชอบ...อยากลิ้มรสนุ่มๆ หวานๆ แบบนี้ไปเรื่อยๆ..นานๆ..
ถ้าไม่ติดว่าเค้ากัดปากผมซะก่อนน่ะ! “โอ๊ย!..”
เจ้าตัวเล็กแต่ความร้ายกาจมหาศาลงับฟันคมๆ ลงมาจนปากผมเลือดออกเลยครับ! กลิ่นคาวคละคลุ้งเจือจางมาพร้อมกับเลือดหยดเล็กๆ ที่ไหลเลียบริมฝีปากของผม แบคฮยอนลุกหนีออกไปจากเตียงได้สำเร็จ แต่ก็ช้ากว่าแขนยาวๆ ของผมที่คว้าเอวเขากลับมาได้ทันอยู่ดี
“ปล่อยนะเว้ย!!”
และแน่นอนผมไม่ปล่อย.. :)
ผมเลียเลือดที่ขมปร่าอยู่ตรงริมฝีปากล่างออก ยื่นมือไปหมายจะคว้าจับเท้าเล็กๆ ที่กำลังจะถีบผมซ้ำอีกครั้ง แต่เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น.. เพราะเจ้าตัวดิ้น ผมถึงพลาด.. คว้าได้แค่ชายกางเกงของเค้าเท่านั้น
แควก!
ให้ทายครับว่าเสียงอะไร..
“กางเกงฉัน!!”
ใช่ครับ..กางเกงของแบคฮยอนขาด..
ขาดเป็นทางยาวขึ้นมาจากข้อเท้าถึงขาอ่อนเลยครับ คือ..ผมก็ไม่ได้แรงเยอะอะไรขนาดนั้นนะ คงจะประกอบกับที่เจ้าตัวดิ้นด้วยแหละมันถึงได้ขาดเสียหายบรรลัยขนาดนี้ ลำพังกางเกงขาดยังไม่น่าช็อคเท่าไหร่ครับ ตอนนี้มีอะไรน่าช็อคกว่านั้นเยอะ
ผม..ไม่ได้ตัดเล็บมานานมากแล้วครับ
แล้วเล็บ..มันก็..ยาว..
แล้วมัน..ก็ข่วนหน้าขาขาวๆ ของไอ้ตัวเล็กจนเลือดออกติดซอกเล็บผมมาเลย..
“ขอโทษครับ!”
เฮ้ย! โผล่มาได้ไงวะ
ทั้งผมและเจ้าลูกหมาสะดุ้งโหยง.. จู่ๆ ไอ้น้องเล็กของวงก็เปิดประตูพรวดเข้ามาดื้อๆ
ไอ้โผล่มาดื้อๆ ไม่เท่าไหร่.. ดันโผล่มาตอนสถานการณ์กำลังเป็นใจให้คิดสุดๆ
ตัวเล็ก..กำลังนอนอยู่บนเตียงในสภาพที่ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อยับ กางเกงขาด มีเลือดไหลออกจากต้นขา
โดยมีผม..ในสภาพยับยู่ยี่ไม่แพ้กันคร่อมอยู่ด้านบนพร้อมกับตรึงข้อแขนบางเอาไว้กับที่นอน
ใครไม่คิดลึก..มันผู้นั้นตายด้านครับ =______________=
และโอ เซฮุนก็ไม่ใช่เด็กไร้เดียงสาอะไรนัก
แววตามันกรุ้มกริ่ม อมยิ้มขณะมองมาที่เราทั้งคู่
“เอ่อ..พวกฮยองเบาๆ กันหน่อยสิครับ..รูมเมทตัวเล็กของผมนอนไม่หลับน่ะ”
“ไอ้ฮุน อย่าเพิ่ง..!”
พูดจบมันก็ปิดประตูหนีไปไม่ฟังคำอธิบายอะไรเลย
ขอบคุณมากน้องรัก -_________________-
“......”
ผมไม่รู้จะพูดอะไรครับตอนนี้ แบคฮยอนเองก็ไม่ได้ด่าผมเหมือนทุกทีเพราะกำลังโอดครวญกับแผลที่ต้นขาด้านในของตัวเอง เจ้าตัวหน้าซีดลงไปถนัดเลย ไม่รู้ว่ากลัวเลือดด้วยรึเปล่า?
“ไหนมาดูซิ..”
“เอามันออกไปที!”
“หือ?”
“เอาออกไปเร็วๆ! เช็ดเร็วๆ สิ!”
กลัวเลือดจริงๆ ด้วยครับ
เจ้าตัวเล็กปิดตาแน่น เสหน้าหนี ร้องบอกให้ผมรีบๆ เช็ดเลือดที่ต้นขาตัวเองออก คือผมก็อยากช่วยนะครับ แต่มันจะดีเหรอ ขาอ่อนขาวๆ นั่นยั่วยวนใจผมมากนะครับ..
“โอเคๆ ใจเย็นๆ นะ...”
.
.
.
เสียงทุ้มฟังดูอ่อนโยนลงไปถนัด
อันที่จริงผมไม่ค่อยได้ยินเสียงหมอนี่เท่าไหร่.. มันไม่ค่อยพูด พูดทีก็พูดเสียงเรียบหน้าตายไร้อารมณ์ ไม่ก็กดต่ำน่ากลัวในบางครั้ง แต่คราวนี้มันต่างออกไป เหมือนเค้าจับได้ถึงรังสีความกลัวที่แผ่กระจายออกจากตัวผม เค้าถึงได้เลือกใช้โทนเสียงแผ่วบางอบอุ่นแบบนั้น
และมันก็ปลอบโยนผมได้ดีทีเดียว..
ผมแง้มนิ้วที่ปิดตาตัวเองอยู่ออกนิดหน่อยพอให้เห็นว่าคนตัวโตกำลังทำอะไรอยู่.. ชานยอลใช้เศษผ้าจากกางเกงที่ขาดของผมนั่นแหละมาเช็ดเลือดออกให้ผม สักพักก็บอกให้ผมลืมตา
“เช็ดหมดแล้ว..”
เค้าพูด แล้วก็ชะงักไปครู่หนึ่ง .. อะไร?
“ทำไมทำสีหน้าแบบนั้น?”
“หืม?”
“ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ!”
ตั้งแต่ที่กางเกงผมเพิ่งขาด สายตาและสีหน้าไอ้หมอนี่มันเปลี่ยนไปอ่ะครับ
คือมัน..มันแลดู เสียดายๆ อะไรซักอย่าง ผมบอกไม่ถูก
“อุตส่าห์ใส่ไว้ให้คนเค้าเสียดาย ก็ใส่ให้มันดีๆ ดึงให้มันยาวๆ หน่อย”
ชานยอลไม่พูดเปล่า เอื้อมมือมาดึงชายบ็อกเซอร์ที่ร่นขึ้นมาจนเปิดโชว์ต้นขาของผมไปซะเยอะให้ลงมาปิดเหนือเข่าแบบที่มันควรจะเป็น แล้วจัดการฉีกกางเกงนอนที่ขาดของผมออกให้หายระเกะระกะตาซักที
“........”
ผมนั่งก้มหน้างุดๆ ไม่รู้จะพูดตอบอะไรดี
เห็นอย่างนี้ก็เป็นคนดีเหมือนกันนะ ปาร์ค ชานยอล!
“เดี๋ยวมาทำแผลให้ รอก่อนนะ..”
อ่า..ไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคนี้เลยครับ
นั่นอึ้งสเต็ปแรก...สเต็ปสองอึ้งกว่ามากครับ
ไอ้ตัวโตลุกยืน..แล้วเอื้อมมือลงมา..ยีหัวผมเล่นเบาๆ
ปิดท้ายด้วยรอยยิ้ม...ก่อนจะเดินออกจากห้องไป
ทำไมจู่ๆ ก็รู้สึกว่าหน้ามันร้อนผ่าวขึ้นมาได้นะ -/////-
.
.
.
“เว้ย..”
ผมจะไม่ลากสังขารออกจากเตียงในเวลาดึกดื่นป่านนี้เด็ดขาดถ้าคยองซูฮยองผู้น่ารักของผมไม่ตื่นขึ้นมางอแงเพราะนอนไม่หลับ ผมเองก็นอนไม่หลับเหมือนกันนั่นแหละ ไอ้ห้องข้างๆ เนี่ย จะเสียงดังกันไปไหนครับ รบกวนคนอื่นเค้า ไม่รู้บ้างรึไง ต่อให้เป็นฮยองผมก็เหวี่ยงไม่เลี้ยงนะครับ
หงุดหงิดเพราะง่วงมาก!!
“อ..โอ๊ย! เบาๆ หน่อยสิ..”
“อ่า..ยังไม่ทันออกแรงเลยนะ”
“ก..ก็มันเสียว...”
พวกฮยองเค้าทำอะไรกันอยู่น่ะ...
“นี่..อย่ากวาดไปทั่วสิ..เอามาซ้ายๆ หน่อย..อือ..”
“เนี่ยอ่ะนะ..”
“นั่นแหละ..โอ๊ย! บอกให้เบาๆ ไงเล่า..”
ช่างมันเหอะ..จะเห็นก็ต้องเห็นแล้ว ณ จุดนี้
ผมทำเพื่อความสงบของบ้านครับ อยากให้ทุกคนได้นอน!!
ผมเปิดประตูผ่างเข้าไป และ ..
.
.
.
“อ..โอ๊ย! เบาๆ หน่อยสิ..”
“อ่า..ยังไม่ทันออกแรงเลยนะ”
“ก..ก็มันเสียว...”
ผมว่าแล้วตีแขนไอ้ตัวโตไปแรงๆ หนึ่งที.. แม่ง..แอลกอฮอล์เลยนะเว้ย แสบอ่ะ T^T นอกจากเลือดแล้วผมกลัวอุปกรณ์ทำแผลทุกชนิดด้วยครับ โคตรกลัว! แค่เอามาใกล้ๆ แผล ผมก็เสียวสันหลังวาบแล้วเถอะ
“นี่..อย่ากวาดไปทั่วสิ..เอามาซ้ายๆ หน่อย..อือ..”
ผมบ่น เมื่อมือใหญ่เล่นลากสำลีชุบแอลกอฮอล์ไล้ไปไกลจากแผลแบบเว่อร์ๆ
คือมันมีตาบ้างมั้ยน่ะ มองไม่เห็นรึไงว่าแผลอยู่ตรงไหน
“เนี่ยอ่ะนะ..”
“นั่นแหละ..โอ๊ย! บอกให้เบาๆ ไงเล่า..”
มือหนักจริงไอ้บ้านี่!
ผ่าง..!!
ผมและรูมเมทร่างยักษ์สะดุ้งพร้อมกันเป็นรอบที่สองของคืน (ต่อจากรอบแรกที่มักเน่พรวดพราดเข้ามา) คราวนี้เป็นเจ้ารองมักเน่ผู้มีสีหน้าหงุดหงิดงัวเงียเหมือนคนละเมอหาเรื่อง มันไม่ลืมหูลืมตาใดๆ ทั้งสิ้น บ่นใส่พวกผมชุดใหญ่
“พวกฮยองช่วยรักกันเบาๆ ได้ไหม คนอื่นเค้าจะหลับจะนอน! โดน้อยของผมงอแงใหญ่แล้ว ไอ้ฮุนก็เข้ามาเตือนทีนึงแล้วไม่ใช่เหรอครับ หรือถ้าอดเสียงดังไม่ได้ก็ไปต่อกันในห้องน้ำโน่น เสียงจะได้เบาลงบ้าง ขอบคุณครับ!”
และ ปัง!!
ปิดประตูเสียงดังแล้วหายหัวกลับห้องไปเลย =_______________=
“รู้สึกอยากเหยียบยอดหน้าคิม จงอินจัง เป็นเหมือนฉันมั้ย..” ผมบ่นเอือมๆ
“ไปห้องน้ำกัน..”
“เห้ย!”
“จะพาไปล้างขา เลือดมันติดอยู่”
อ๋อ..แล้วก็พูดซะคนเค้าตกใจ...
“เห้ย!!”
ผมหวีดร้องเสียงหลง เมื่อถูกไอ้ก้านยาว............อุ้ม..?
“โวยวายอะไรครับ? น้องเพิ่งมาเตือนว่าอย่าเสียงดัง”
“ก็ปล่อยลงดิ เดินเองได้เว้ย มีขา..”
“แต่ขามีแผล.. ให้ผมอุ้มไป ถูกแล้วครับคุณ”
อย่าเปลี่ยนสรรพนามกะทันหันแบบนั้นได้มั้ยวะ..
ฟังแล้วใจมันแกว่งเป็นไวกิ้งในลอตเต้เวิลด์เลยไอ้บ้าเอ๊ย =////////=
.
.
.
“เห้ย..มาวางอะไรบนนี้!”
เจ้าลูกหมาตัวเล็กของผมโวยวายเสียงสูง
เพราะผมวางเค้าลงบนเคาน์เตอร์อ่างล้างมือ
จัดขาเรียวข้างหนึ่งให้เหยียดยาวไปในระนาบเดียวกับขอบอ่าง แล้วจับขาข้างที่มีเลือดเปรอะค้างอยู่เล็กๆ น้อยๆ ชันเข่าขึ้น ให้ปลายเท้าทิ้งลงในอ่าง เปิดก๊อก วักน้ำล้างเลือดที่อยู่รอบนอกรัศมีแผลบนขาขาวๆ นั่นพลางถามย้อน
“ไม่งั้นจะให้ล้างที่ไหน? พื้นรึไง?”
“ก็เออสิ ทำเองได้น่า”
“จะทำให้..”
ผมพูดเสียงเข้ม แล้วถาม “มีปัญหา?”
เจ้าตัวเสหน้าหนี ทำปากขมุบขมิบไม่พอใจ
แถมแก้มใสๆ นั่นก็พองลม..น่าฟัดมากครับ
“ตกลงว่าไม่ย้ายห้องนะ..นะ..”
ผมลงทุนอ้อนเลยนะครับ! จริงจัง!
“อย่ามาพูดจาแบบนี้นะเว้ย ..ขนลุก! นายนอนเงียบๆ ได้มั้ยล่ะ ถ้าคืนนี้นอนเงียบแล้วฉันหลับได้อย่างเป็นสุขจะพิจารณาอีกที”
เจ้าตัวยักคิ้วท้า แต่ให้ตายเถอะครับ ผมก็ไม่ได้รู้สึกตัวหรอกนะ ที่นอนหายใจฟืดฟาดอะไรแบบที่เค้าว่าน่ะ จะไปควบคุมได้ยังไงกัน แต่ถ้าอยากนอนหลับล่ะก็..
“ฉันมีวิธีง่ายกว่านั้นนะ..”
.
.
.
“เคยได้ยินมั้ย บางคนว่า ถ้านอนไม่หลับให้หาอะไรทำให้เหนื่อย..”
ผมวางร่างเล็กลงบนเตียงของเค้า แล้วจัดผ้าห่มที่กองยุ่งอิรุงตุงนังจากเหตุตะลุมบอน(?)ของเราให้เข้าที่
“..เพลียมากๆ หัวถึงหมอนก็หลับไปเอง”
คนตัวเล็กค่อยๆ เสือกกายเข้าไปในผ้าห่มที่ผมชูสูงเปิดช่องว่างไว้ให้ ผมดูให้แน่ใจว่าผ้าก็อตที่ขาเรียวไม่ได้เกี่ยวกับเส้นใยของผ้าห่มแล้วจึงทิ้งชายผ้าลงมาคลุมอกของเค้า ก่อนจะคุกเข่าลงนั่งข้างๆ เตียง
“ก็เคยนะ..”
“อยากลองวิธีนั้นมั้ยล่ะ? หลับสนิทๆ อาจจะไม่ได้ยินเสียงฉันก็ได้”
ผมแสร้งตีสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย
ทั้งที่ในใจกำลังยิ้มเจ้าเล่ห์..
“แล้วจะทำอะไรให้เหนื่อยล่ะ? วิ่งรอบเตียง? วิดพื้น? หรือ..อื้อ!!”
จูบ..ต่างหากล่ะเด็กน้อย :)
ผมได้ลิ้มรสมาร์ชเมลโล่นุ่มๆ หวานๆ นี้อีกครั้งนึงแล้ว..มันกลมกล่อมละมุนละไมมากในความรู้สึกของผม เจ้าตัวเล็กอ่อนยวบ..ร่างทั้งร่างเหมือนไร้กระดูกทิ้งตัวลงมาบนแขนข้างที่ผมสอดเข้าไปประคองทางด้านหลัง ผมรุกล้ำผ่านแนวซี่ฟันเข้าไปในโพรงปากอุ่น.. ตวัดปลายลิ้นเข้าสัมผัสลิ้นเรียวเล็กของอีกคน
บริสุทธิ์ ไร้เดียงสา
ชอบครับ..ชอบมากจริงๆ
อื้อ! อื้อ!
ยัยลูกหมาทุบอกผมปึงปังเป็นการประท้วง บ่งบอกว่าเจ้าตัวขาดอากาศหายใจ ผมจำต้องยอมผละออกมา แต่ก็อ้อยอิ่งลิ้มเลียริมฝีปากหวานๆ นั่นอยู่พักนึง ก่อนจะปล่อยให้มาร์ชเมลโล่เป็นอิสระ ไม่ถูกกลืนกินไม่มากกว่านี้
แบคฮยอนด่าผมทั้งหอบ “แฮ่ก..อะไรของ..นาย..วะ!!”
ผมยักคิ้ว “แล้วเหนื่อยมั้ยล่ะ?”
พอรู้ตัวว่าถูกผมเล่นแง่เข้าให้เจ้าตัวก็ก้มหน้างุดเถียงกลับไม่ออกเลยครับ
แก้มใสๆ นั่นแดงเรื่อขึ้นมาด้วยล่ะ.. ไม่รู้ว่าโกรธ..เหนื่อย..หรืออาย
ผมหัวเราะ “เหมือนจะยังไม่เพลียเท่าไหร่..อีกซักรอบแล้วกัน”
“พอเลยเว้ย พ..”
ผมไม่ฟัง..ยัดเยียดจูบหวานๆ แต่เนิ่นนานชวนเหนื่อยให้เค้าอีกรอบ คราวนี้ผมลากยาวกว่าเดิมเพราะดูเหมือนเจ้าตัวเล็กจะตอบสนองผมด้วยนิดหน่อย! เป็นใครใครก็เคลิ้มได้ครับ ต่อให้เกลียดขี้หน้าผมแทบแย่ก็เหอะ อย่างคนนี้ไง..ริมฝีปากนุ่มนิ่มนั่นบดเบียดกลับมาหาผมโดยไม่รู้ตัว เล่นซะใจผมแทบละลายคาลิ้น
ทำไมน่ารักขนาดนี้ครับ..
“แฮ่ก..พูดไม่รู้เรื่องเหรอวะ บอกให้พอ..แง่ง..”
ขู่เหมือนลูกหมาจนตรอกแล้วดึงผ้าห่มขึ้นคลุมโปงหนีผมไปเลยครับ ทำเอาผมหลุดขำออกมาอีกรอบหนึ่ง เจ้าตัวเล็กนี่ทำผมอารมณ์ดีได้จริงๆ นะ อยู่กับเขาแล้วเหมือนผมเปลี่ยนเป็นคนละคนเลย
“เดี๋ยวสิ คุยกันก่อน..”
“คุยอะไรไม่คุยโว้ย จะนอน เหนื่อยแล้ว นอน!”
เค้าตอบอู้อี้ผ่านผ่าห่มครับ ผมพยายามจะดึงออกก็ไม่ให้ดึง ยื้อสุดแรงเลยเชียว
“น่า..ขอถามอะไรหน่อยเดียว”
ผ้าห่มดุ๊กดิ๊กออกห่างผมด้วยครับ..ฮ่าๆ
“ก็ถามสิ ได้ยินอยู่”
“มีคนที่ชอบรึยังยัยลูกหมา?”
“หา..”
เจ้าตัวตกใจจนเผลอทะลึ่งพรวดออกมาจากผ้าห่มด้วยตัวเองเลยล่ะครับ.. แต่พอเห็นผมจ้องเค้าตาไม่กระพริบอยู่ก็ทำท่าจะกลับไปคลุมโปงเหมือนเดิม ทว่ามือผมไวคว้าแขนเล็กไว้ได้ทัน ก่อนจะยื้อไว้ไม่ให้ขยับหนีกลับไปใต้ผ้าห่มได้
“ตอบ”
“อย่ามาสั่งให้ทำโน่นทำนี่นักได้ป่ะวะ”
“ตอบหน่อยครับ”
พอเปลี่ยนเป็นขอร้องแทนล่ะใจอ่อนเชียวนะ ชอบให้อ้อนก็ไม่บอก!
“ม..ไม่มี..ถามทำไม”
.
.
.
มัน...ถามอะไรของมันวะครับ
ผมแบบอึ้งไง..ช็อค.. อยู่ๆ ก็ถามเรื่องแบบนี้
“ว่าไงอ่ะ ถามเพื่อ?”
โอย พ่อแก้วแม่แก้ว!
ไอ้นี่ชอบทำอะไรให้ตกใจอยู่เรื่อย คนยิ่งขวัญอ่อนๆ อยู่
มันชะโงกหน้าเข้ามาซะใกล้เลยครับ..เป่าลมหายใจรดแก้มผมด้วย
“ชอบฉันนะ..”
หะ...หา..?
ผมได้ยินอะไรผิด หรือเราไม่ได้พูดภาษาเดียวกันอยู่ครับ!
ถ้ามันพูดว่า ‘ฉันชอบนายนะ’ ยังจะทำผมงงและตกใจน้อยกว่านี้อ่ะ แต่นี่ผมไม่เข้าใจจริงๆ คือไอ้ก้านยาวนี่จะสื่ออะไรไม่ทราบ? แล้วก็เลิกจ้องกันด้วยสายตาแบบนั้นสักทีเถอะ..หัวใจจะวายอยู่แล้ว
“ชอบฉันนะ..ตกลงมั้ย?”
คือ..มันสั่งให้ผม..ชอบมัน.. ประมาณนั้นน่ะเหรอ?
บ้าสิ! ไม่ขำนะจริงจัง!
“ง่วงแล้วเพ้อเจ้อเหรอนายอ่ะ..เมาแสงนีออนรึไง?”
ผมเลี่ยงประเด็นแบบหักพวงมาลัยแหกโค้งลงนรกแล้วรีบห่มผ้าคลุมโปงหนีทันที โอย..ให้ตายเถอะ ทำไมแค่คืนเดียว ระหว่างผมกับมันถึงได้มีความรู้สึกแปลกๆ เพิ่มขึ้นมามากมายขนาดนี้ ผมไม่เข้าใจ..ไม่เข้าใจอะไรเลย และก็ไม่อยากเข้าใจแล้วด้วย อยากนอนครับ นอน! เลิกฟุ้งซ่าน
“แบคฮยอน..ตอบก่อน”
เสียงทุ้มสั่งผมอีกแล้ว เซ้าซี้อยู่ได้ คนจะนอน
เออ..ว่าแต่...ผมก็มีอะไรอยากจะถามมันเหมือนกันนะ
“นี่!”
ผมเรียกไอ้ตัวโตด้วยเสียงอู้อี้จากใต้ผ้าห่ม
“หืม? ยอมตกลงแล้วเหรอ”
นั่น..พูดเองเออเองได้อีก “ไม่ใช่เว้ย..มีเรื่องจะถามบ้าง”
“ว่า?”
“ทำไมไม่อยากย้ายห้อง?”
อยากรู้มากครับจริงๆ .. ทำไมถึงได้ดันทุรังจะเป็นรูมเมทผมนัก
“เอาคำตอบจริงจังมากมั้ย?” หมอนั่นถามกลั้วหัวเราะ
ผมลงทุนเลิกผ้าห่มออก แล้วชกต้นแขนมันไปด้วยความหมั่นไส้ “อย่าลีลา”
ชานยอลจับมือข้างนั้นของผมไปกุมไว้..ไม่ปล่อย
“ชอบ..”
“......”
“..เวลาเห็นลูกหมาครางหงิงๆ ดิ้นง้องแง้งพลิกตัวไปมาเพราะหลับไม่ลง..น่ารักดี”
“......”
“อยากเป็นคนปลุกลูกหมาตัวนั้นทุกๆ เช้า ให้งัวเงียงุ้งงิ้งทำแก้มพองลมใส่..นี่ก็น่ารักดีอีกเหมือนกัน”
“......”
“ชอบฟังเสียงลูกหมาฮัมเพลงในห้องน้ำ..เสียงใสๆ หวานๆ..ฟังแล้วอดยิ้มไม่ได้..โคตรน่ารัก”
“เห้ย..พอๆ พอและ”
ผมทนฟังต่อไม่ไหวและ..เขินจะบ้า!
ไม่..อย่ายิ้มสิ ให้ตาย ผมกลั้นยิ้มไม่อยู่แล้ว..
.
.
“ยิ้มทำไม หมายถึงลูกหมา ไม่ใช่นายสักหน่อย”
=_________________=;
พอผมพ่นลมหายใจพรืดหมดอารมณ์ หมอนั่นก็หัวเราะ แล้วว่าต่อ
“จะฟังอีกไหม..ยังไม่หมดเลยนะ”
“ไม่เอาแล้ว ง่วง! ไปนอนเลย เตียงนายอยู่ทางไหนไปทางนั้นเลย ดึกแล้ว ถ้าพรุ่งนี้ฉันไม่ตื่น หรือตื่นแล้วไม่สดใสฉันย้ายไปนอนห้องจุนมยอนฮยองแน่ ..”
หมอนั่นแทบจะกระโจนขึ้นเตียงตัวเองไปเลยครับ .. กลัวผมย้ายห้องมากสินะ
“........”
พอเห็นว่าไอ้ตัวโตหลับตานอนเรียบน้อยแล้ว ผมจึงวางใจแล้วเข้าสู่นิทราบ้าง
แต่ยังไม่ทันจะหลับ..ก็มีสัมผัสอ่อนหวานประทับลงมาที่ริมฝีปากผมอย่างรวดเร็วหนึ่งที
พร้อมกับเสียงกระซิบที่ข้างใบหู
“เอาไว้วันหลังมาฟังต่อนะ..ฝันดีครับ ลูกหมาน้อยของผม”
ไอ้.......ฉวยโอกาสเอ๊ย =////////=
.
.
.
แถม!
ผมตื่นเช้ามาด้วยสภาพง่วงงุนเหมือนทุกวัน
รูมเมทตัวโตของผมลากผมลงจากเตียงแล้วเหวี่ยงเข้าปะทะผนังห้องน้ำ...ไม่ใช่ละ.. คือ..ผมไม่อยากพูดเรื่องนี้เท่าไหร่หรอก แต่จะเล่าให้ฟังก็ได้ มันอุ้มผมไปวางบนเคาน์เตอร์ แบบเมื่อวานเลยครับ แล้วมันก็..เอ่อ..แบบว่า.. ล้างหน้าแปรงฟันให้ผมเสร็จสรรพ -///-a
แล้วขโมยมอร์นิ่งคิสไปด้วยหนึ่งที
วันนี้ไม่มีซ้อมเช้าครับ เหมือนจะว่างยาวช่วงเช้าหรืออะไรนี่แหละ..ผมก็เลยยังไม่อาบน้ำ ตอนแรกเจ้าตัวโตมันจะอุ้มผมอกมาข้างนอก แต่ผมปฏิเสธอย่างเด็ดขาดว่าไม่เอา ก็เลยเหลือแค่พยุงผมเดินออกมาแทน ขายังเจ็บอยู่น่ะครับ เล็บหมอนั่นเล่นข่วนซะลึก เดินทีขยับทีก็แสบแผลที
ผมว่าสายตาไอ้สองน้องเล็กมันมองพวกเราแปลกๆ ครับ
“ถึงกับเดินไม่ไหวเลยเหรอครับ”
โอ เซฮุน คิดอะไรอยู่น่ะ =_____________=
“ผมบอกฮยองแล้วว่าให้เบาๆ ไม่เชื่อ..ไม่ถนอมแบคฮยองเลย”
คิม จงอินด้วย อยากมีชีวิตอยู่วันนี้วันสุดท้ายใช่มั้ย.. -_____-**
แล้วเจ้าสองน้องเล็กก็หันกลับไปหัวเราะคิกคักนินทาผมกันสนุกปาก...ถ้าไม่ติดว่าขาเจ็บจะเหวี่ยงบาทาฟาดยอดหน้ามันเรียงตัวเลยครับพูดจริงๆ ผมเหลือบมองคนข้างตัวและพบว่าสีหน้ามันไม่เปลี่ยน แน่ล่ะ..มันจะไปแคร์อะไรล่ะ คนเสียแม่งผมชัดๆ ไม่ใช่มัน..
“อ้าว เป็นอะไรน่ะเจ้าเบค..”
อา..จุนมยอนฮยองที่น่ารักของผม
ผมปลดปล่อยตัวเองออกจากวงแขนแกร่งที่ช่วยพยุงผมเดินมาแล้วโผเข้าคล้องกอดแขนฮยองตัวเล็กผู้แสนใจดีและเข้าใจผม เอาคางเกยบ่าเล็กแล้วอ้อนเขาเบาๆ “เจ็บขานิดหน่อยฮะ”
“เจ็บมากมั้ย? จะซ้อมเต้นไหวรึเปล่าบ่ายนี้น่ะ”
“ไม่รู้เหมือนกัน..”
พอผมพูดแบบนั้น เจ้าตัวโตส่ายหน้าทันที
เหมือนจะอยากให้ผมปฏิเสธ..ให้บอกไปว่าไม่ไหว
“ไว้ดูอีกทีละกันฮะ”
ผมเลือกตอบไปแบบกลางๆ เพื่อให้หมอนั่นเลิกทำหน้าดุใส่ผม
แล้วคำถามที่ชวนกระอักกระอ่วนใจก็ดังขึ้น
“แล้วตกลงเรื่องย้ายห้องว่าไงล่ะ..”
ผมมองหน้าพี่ใหญ่ตัวเล็กพร้อมกับทำตาปริบๆ
เหล่มองคนตัวโตสุดในวงแล้วส่ายหน้าดุ๊กดิ๊ก “ไม่แล้วล่ะฮะ”
ชานยอลก้มหน้าก้มตาทาแยมลงบนขนมปัง..แต่ผมก็สังเกตเห็นได้อยู่ดีว่าเขาแอบอมยิ้ม
จงอินกับเซฮุนข้ามไปได้มั้ย ไม่อยากจะพูดถึงมัน...พูดแล้วอยากฆ่าคน ควักไส้มาถักเปีย -__- ไอ้น้องเวรทั้งสองคนนั่นมองผมสลับกับชานยอลด้วยสายตากรุ้มกริ่มเกินกว่าจะอดทนไม่ให้เอาขวานจามหัวมันไหว (ถ้าในหอมีขวานนะ)
ที่ทำผมประหลาดใจก็คยองซูนี่แหละ ..
ทำไมมองผมแล้วทำท่าเขินๆ แบบนั้น
“จงอินได้บอกอะไรนายรึเปล่าน่ะ?”
“เฮ้ย เปล่าๆ ไม่มีอะไร เอาไข่ดาวเพิ่มมั้ยเดี๋ยวทอดให้”
บอกจะทอดไข่เพิ่มให้แต่เดินหนีไปนั่งตักไอ้จงอินเนี่ยนะ..พิรุธเต็มๆ เลยครับขอโทษ! คือถ้าไอ้จงอาง(?)เอาเรื่องที่ตัวเองเข้าใจผิดไปบอกคยองซูแล้วเนี่ย..ผมจะช็อคมาก
เดี๋ยวนะครับ!
แล้วอย่างนี้..มีเหรอเซฮุนมันจะไม่..
“ฮยอง..”
ผมเรียกท่านลีดเดอร์เสียงแผ่ว “หือ? ว่าไง”
ไม่นะ..รอยยิ้มฮยองก็แปลกไปอีกคน
“เมื่อวานเซฮุนมันได้บอกอะไร...”
ผมยังไม่ทันถามจบเจ้าตัวก็หลุดขำออกมาแล้วครับ!
ความจริงแม่งชัดเจนเต็มสองตาผมมาก
คือตอนนี้..ทุกคนเข้าใจว่าเหตุผลที่ผมจะไม่ย้ายห้อง..
เพราะว่าผมเป็นเมียปาร์ค ชานยอลไปแล้วครับ TT TT
จบเถอะครับ ขอร้อง!
edit @ 29 Mar 2012 06:50:07 by Horamiji